ลิงค์เว็บที่เกี่ยวข้อง

000181320
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
23
373
980
178582
5675
8695
181320

ถอยหลังสงกรานต์

01.12.2017 12:00 536 Days

สป.คป.3

ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3


    
 1  ที่ตั้ง
        หัวงานตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
     2  ประวัติโครงการ

        เนื่องจากเมื่อคราวประชุมชี้แจงงบประมาณต่อกรรมาธิการ ในปีงบประมาณ พ
.ศ. 2514 ทางส.ส. จังหวัดระยอง นายเสวตร เปี่ยมพงษ์สานต์ ได้เสนอต่อกรมชลประทาน ขอให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างโครงการพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และโครงการป้องกันน้ำเค็มบ้านกร่ำ ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ต่อมาคณะกรรมการภาคตะวันออก ไดรับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรในเขตท้องที่อำเภอแกลง ตามตำบลต่างๆ ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ได้รับความเดือดร้อนจากอิทธิพลน้ำเค็มเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก และบางท้องที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำจืดในการบริโภค และทำสวนผลไม้ในฤดูแล้ง และน้ำขาดลำคลองต่างๆ ในฤดูแล้ง ได้แก่ คลองโพล้ กรมชลประทานได้พิจารณาเห็นความจำเป็นดังกล่าว

         3 สภาพภูมิประเทศ

      เป็นพื้นที่แบนราบอยู่ติดชายฝั่งทะเล พื้นที่บางส่วนมีอิทธิพลน้ำเค็มเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกมีแม่น้ำประแสร์และคลองต่างๆ ได้แก่ คลองโพล้ ไหลผ่านลงสู่ทะเลที่ปากน้ำประแสร์ ปัจจุบันสภาพป่าไม้ต้นน้ำลำธารถูกบุกเบิกจนเกือบหมด ในฤดูฝนเมื่อเกิดฝนตกหนักจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและปริมาณน้ำไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน ในฤดูแล้งน้ำจะขาดลำคลอง ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ

          4 ลักษณะโครงการ

          4.1  โครงการป้องกันน้ำเค็มลุ่มน้ำประแสร์ (บ้านกร่ำ - พังราด - คลองโพล้)
              เป็นงานที่มีลักษณะการชลประทานประเภท บรรเทาอุทกภัย และเก็บกักน้ำ ไม่มี-ระบบส่งน้ำ มีแต่ระบบป้องกันน้ำเค็มและเก็บกักน้ำ การที่จะนำน้ำที่เก็บกักไปใช้อุปโภค - บริโภค หรือการเกษตรเป็นหน้าที่ของราษฎรผู้ใช้น้ำจะต้องช่วยตัวเอง โดยมีการสูบหรือขุดคูชักน้ำ หรือวิธีอื่นใดที่เห็นสมควร โดยทางราชการจะช่วยโดยกั้นน้ำเค็มมิให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก และเก็บกักน้ำจืดไว้ตอนเหนือจุดที่สร้างอาคารแต่ละแห่งเท่านั้น
     
  อาคารชลประทานที่สำคัญ

       ก.  ปตร.คลองโพล้ ขนาด 2 - 4.50  6.00 เมตร สามารถระบายน้ำได้ 100.00 ลูกบาศก์เมตร/วินาทีสร้างที่ช่องลัดคลองโพล้

       ข.  คันกั้นน้ำเค็มคลองโพล้ (F5) ขนาดหลังคันกว้าง 9.00 เมตร ยาว 4.657 กิโลเมตร พร้อม ทรบ. ตามแนวคันน้ำเค็มขนาด 2 -  1.00  20.00 เมตร จำนวน 3 แห่ง และ ทรบ. ขนาด1 -  1.00  20.00 เมตร จำนวน 3 แห่ง

      ค.  คันกั้นน้ำเค็มบ้านกร่ำ (F6) ยาว 5.620 กิโลเมตร พร้อม ทรบ. ตามแนวคันกั้นน้ำเค็มขนาด  2 -  1.00  10.00 เมตร จำนวน 5 แห่ง

       ง.  ทรบ.พังราดเหนือ และ ทรบ.พังราดใต้ ขนาด 2 - 1.00  10.00 เมตร จำนวน 2 แห่ง

       ประโยชน์ที่ได้รับ

          ตอนพังราด - บ้านกร่ำ

                   1.  ป้องกันน้ำเค็มที่จะเข้าท่วมพื้นที่นา และสวนผลไม้

                   2.  เก็บกักน้ำจืดไว้ใช้ในฤดูแล้ง

                   3.  เนื้อที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 15,000 ไร่ ตอนคลองโพล้

                   1.  ป้องกันน้ำเค็มที่จะเข้าท่วมพื้นที่นา และสวนผลไม้

                   2.  เก็บกักน้ำจืดไว้ใช้ในฤดูแล้ง

                   3.  เนื้อที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 8,000 ไร่

         4.2   โครงการอ่างเก็บน้ำคลองระโอก

          เรื่องเดิม

                   ระหว่างปี 2526 - 2527 ราษฎรในเขตตำบลน้ำเป็น และตำบลทุ่งควายกิน มีความเดือดร้อน เนื่องจากสภาวะแห้งแล้ง ได้ทำบันทึกร้องเรียนถึง นายสิน กุมภะ จึงได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมชลประทานขอความร่วมมือในการพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ และจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองระโอกให้ด้วย กรมชลประทานจึงให้กองวางโครงการพิจารณาดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

                   เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะได้เดินทางไปตรวจสภาวะแห้งแล้งในเขตจังหวัดระยอง จึงได้มีการประชุมหารือร่วมกับข้าราชการทั้งของจังหวัดและกรมชลประทาน ผลสรุปได้กำหนดแผนงานก่อสร้างแหล่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือชาวสวนอย่างถาวรในเขตจังหวัดระยอง โดยให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองระโอกในปี พ.ศ. 2531 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี เพื่อระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลงสู่คลองระโอก และแม่น้ำประแสร์ สำหรับให้ชาวสวนสองฝั่งคลองระโอก และแม่น้ำประแสร์สูบน้ำไปใช้รดสวนผลไม้ในฤดูแล้ง ต่อไป

          วัตถุประสงค์

                   เนื่องจากราษฎรในพื้นที่บางส่วนของอำเภอแกลง ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักทำการเกษตรแต่ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง กรมชลประทานได้พิจารณาแล้วหากได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองระโอกขึ้น ก็จะสามารถช่วยเหลือการเพาะปลูกของราษฎรในเขตโครงการฯ ในช่วงขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะในตอนต้น และตอนปลายฤดูกาลทำนา รวมทั้งสำหรับอุปโภคและบริโภคของคนและสัตว์เลี้ยง ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงโครงการฯ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับช่วยเหลือสวนผลไม้ต่างๆ ในช่วงฤดูแล้งได้อีกด้วย